ไดโอดเปล่งแสง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไดโอดเปล่งแสงสีต่าง ๆ
ไดโอดเปล่งแสง (อังกฤษ: light-emitting diode หรือย่อว่า LED) เป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำอย่างหนึ่ง จัดอยู่ในจำพวกไดโอด ที่สามารถเปล่งแสงในช่วงสเปกตรัมแคบ เมื่อถูกไบอัสทางไฟฟ้าในทิศทางไปข้างหน้า ปรากฏการณ์นี้อยู่ในรูปของ electroluminescence สีของแสงที่เปล่งออกมานั้นขึ้นอยู่กับองค์ประกอบทางเคมีของวัสดุกึ่งตัวนำ ที่ใช้ และเปล่งแสงได้ใกล้ช่วงอัลตราไวโอเลต ช่วงแสงที่มองเห็น และช่วงอินฟราเรด ผู้พัฒนาไดโอดเปล่งแสงขึ้นเป็นคนแรก คือ นิก โฮโลยัก (Nick Holonyak Jr.) (เกิด ค.ศ. 1928) แห่งบริษัทเจเนรัล อิเล็กทริก (General Electric Company) โดยได้พัฒนาไดโอดเปล่งแสงในช่วงแสงที่มองเห็น และสามารถใช้งานได้ในเชิงปฏิบัติเป็นครั้งแรก เมื่อ ค.ศ. 1962 [1]

parameter ต่างๆในการเลือกใช้ LED

color (wavelength)
เป็นตัวบอกสี ซึ่งหมายถึงขนาดของความยาวคลื่นที่ LED เปล่งแสงออกมา เช่น
  • สีฟ้า จะมีความยาวคลื่น ประมาณ 468nm
  • สีขาว จะมีความยาวคลื่น ประมาณ 462nm
  • สีเหลือง จะมีความยาวคลื่น ประมาณ 468nm
  • สีเขียว จะมีความยาวคลื่น ประมาณ 565nm
  • สีแดง จะมีความยาวคลื่น ประมาณ 630nm เป็นต้น
lens
เป็นตัวบอกประเภทและวัสดุที่ใช้ทำ เช่น
  1. color diffused lens
  2. water clear lens
millicandela rating
เป็นตัวบอกค่าความสว่างของแสงที่ LED เปล่งออกมา ยิ่งมีค่ามากยิ่งสว่างมาก
voltage rating
อัตตราการทน[[ความต่างศักย์ไฟฟ้า] ที่ LED รับได้และไม่พัง
From:http://th.wikipedia.org

การใช้ไขควงเช็คไฟ



กลับมากับหมวดเครื่องไม้เครื่องมือประจำบ้าน บ้านเราต้องมีไฟฟ้าใช้ อุปกรณ์ที่ควรมีติดบ้านไว้ตรวจสอบไฟฟ้าก็คือ ไขควงเช็คไฟนั่นเอง ถึงแม้เราจะใช้หลอดไฟเสียบผนังในการเช็คไฟที่ปลั๊กได้แต่ถ้าจะหาสายเส้นที่ มีไฟ (L) ละก็ต้องใช้ไขควงเช็คไฟเท่านั้นครับ มารู้จักกับไขควงเช็คไฟกันก่อน

ส่วนประกอบของไขควงเช็คไฟ

หลักการของไขควงเช็คไฟนั้นใ้ชหลักการให้ไฟฟ้าไหลผ่านตัวเราลงไปสู่พื้น แต่อย่าเพิ่งตกใจไปกระแสที่ไหลผ่าน ตัวเรานั้นน้อยมากจนไม่รู้สึกเพราะภายในไขควงเช้คไฟมีตัวต้านทาน 500กิโลโอห์มต่อกับหลอดนีออนเพื่อแสดงผลอยู่ดังนั้นกระแสที่ไหลผ่านมาแค่ แสดงผลให้หลอดไฟติดเท่านั้นไม่มีผลต่อร่างกาย
การใช้งานนั้น
1. ส่วนที่เราต้องรู้คือส่วนของปลายไขควงที่ต้องจิ้มไปที่ปลั๊กไฟหรือสายไฟที่ต้องการวัดและท้ายไขควงที่มีจุดสัมผัสให้นิ้วไปแตะ

ส่วนท้ายหรือส่วนตูดไขควงมีจุดสัมผัสอยู่
2. จับไขควงโดยใช้ปลายนิ้วชี้แตะที่จุดสัมผัสท้ายไขควง

วิธีจับไขควงเช็คไฟ
3. นำไขควงเช็คไฟที่จิ้มจุดที่จะวัด เช่นปลั๊กไฟเพื่อตรวจดูว่ามีไฟมาที่รูไหนเป็นต้น

ไฟที่ไขควงติดแสดงว่ามีไฟมา
4. ถ้าปลั๊กรูไหนมีไฟก็จะมีไฟติดแสดงผลที่ไขควง และถ้าไม่ไฟฟ้าไหลมาไขควงจะไม่แสดงผลใดๆ
เราสามารถใช้ไขควงเช็คไฟจิ้มได้ทั่วบ้าน ถ้าจะจิ้ม หรือเอาไว้ตรวจซ่อมปลั๊ก หาสายไฟว่ามีไฟไหลมาหรือไม่ ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าที่จะไปจับโดน เป็นต้น จึงจำเป็นต้องมีติดบ้านไว้นะครับ

From:  http://porban.com

การต่อหลอดฟลูออเรสเซนต์


ขั้นตอนการต่อวงจร
     
1. นำสายไฟต่อจากขั้วที่  1  ของหลอดไฟไปต่อขั้วที่  1  ของสตาร์ตเตอร์

     2. นำสายไฟต่อจากขั้วที่  2  ของสตาร์ตเตอร์ไปต่อขั้วที่  3  ของหลอดไฟ

     3. นำสายไฟต่อจากขั้วที่  4  ของหลอดไฟไปต่อขั้วที่  2  ของบัลลาสต์

     4. นำสายไฟต่อจากขั้วที่  1  ของบัลลาสต์ไปต่อขั้วที่  2  ของสวิตช์

     5. นำสายไฟต่อจากขั้วที่  2  ของหลอดไฟและสายไฟต่อขั้วที่  1  ของสวิตช์ไปต่อกับแหล่งจ่ายไฟฟ้า  220 V

ที่มา:http://www.snr.ac.th